ซาร่าห์ ค่าย marr กับมุมมองชีวิตและการทำงานที่โตขึ้นในวันที่เป็นศิลปิน

ซาร่าห์ ศญพร เฮียงโฮม ศิลปินวัย 20 ปี จากสังกัดค่าย marr หนึ่งในค่ายย่อยภายใต้ LOVEiS Entertainment ที่มีหัวเรือใหญ่ซีอีโอผู้คอยให้โอกาสและผลักดันอยู่เบื้องหลังอย่าง จี๊บ เทพอาจ กวินอนันต์

Advertisement

ซาร่าห์ถือเป็นหนึ่งในศิลปินคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิด ไลฟ์สไตล์ และการนำเสนอผลงานเพลงอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งเทคนิคการร้อง บวกกับความสามารถในการแต่งเนื้อร้อง ทำนอง ออกมาเป็นงานเพลง วันนี้พามาทำความรู้จักกับซาร่าห์ให้มากขึ้นทั้งตัวตน มุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป การเติบโตขึ้นในวันที่เป็นศิลปินอย่างเต็มตัว

ซาร่าห์เล่าให้ฟังว่าตัวเองนั้นมีฝันว่าอยากจะเป็นศิลปินตั้งแต่ยังเด็กและเริ่มสนใจดนตรีจริงจังในตอนที่เรียนมัธยมต้น มีคุณพ่อเป็นหนึ่งในต้นแบบ และจากการได้มีโอกาสได้ไปแสดงให้คนเห็นมากขึ้นในงานโรงเรียนยิ่งทำให้รู้สึกชอบดนตรี จึงหันมาโฟกัสจริงจังและขอตามฝันของตนเอง ออกเดินสายประกวดแข่งขันในเวทีต่างๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ค่าย marr กำลังเปิดรับและมองหาศิลปินหน้าใหม่มาร่วมงานเลยทำให้ซาร่าห์ตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะคว้าโอกาสเป็นศิลปินในสังกัดค่าย marr

ซาร่าห์เล่าต่อถึงประสบการณ์ที่ได้รับเมื่อเข้าสู่วงการดนตรีมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า การเป็นศิลปินให้บทเรียนในการใช้ชีวิตในแต่ละวันมากขึ้น ระบบการทำงานของค่าย marr สอนให้มีความรับผิดชอบในตัวเองมากๆ ค่ายคอยสนับสนุน และหาตรงกลางให้เราเพื่อให้ถึงจุดที่เราอยากไปยืนตรงนั้นได้เร็วมากขึ้น มากกว่าการทำงานได้มิตรภาพที่ดีมากๆ เหมือนได้ครอบครัวอีกครอบครัวหนึ่ง ชีวิตก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำงานที่เปลี่ยน สังคมก็เปลี่ยน ความคิดเราก็เลยเปลี่ยนให้โตขึ้น การเจอคนมากขึ้นแนวเพลงก็เติบโตขึ้นตามประสบการณ์ที่เราผ่านมา

กับการค้นหาแนวทางเพลงของตัวเอง “ก่อนหน้านี้ที่จะเข้าค่ายเราพยายามที่จะค้นหาตัวเองว่าเราถนัดแนวไหน เราเป็นแนวอะไรกันแน่ เราเป็นอินดี้ เป็นโฟล์ค เป็นป๊อป หรืออาร์แอนด์บี หรืออะไรสักอย่าง แต่พอมาฟังและทำงานร่วมกับค่ายไป เราเจอว่าสุดท้ายแล้วประเด็นมันอยู่ที่เสียงเรา คือเราพยายามหาแนวตัวเองมาตลอด แต่จริงๆ แล้วการหาตัวเองคือการร้องออกไป เหมือนค่ายจะบอกว่าอย่าจำกัดตัวเองที่แนวเพลง เพราะศักยภาพของเราคือเสียงนะ เราแค่ลองในสิ่งที่เราไม่เคยลอง ถ้าเราไม่ลองก็จะไม่รู้ว่าเราทำได้หรือไม่ได้ อย่างเพลงฝนตกในใจสำหรับตัวหนูคือตกใจมากว่าทำไมไม่เคยเจอเพลงแนวนี้และไม่เคยร้องเพลงแนวนี้ แต่ว่าตัวเองทำได้ไง เหมือนเค้ารู้ได้ไงว่าเราจะร้องเพลงออกมาได้แบบนี้ เหมือนค้นพบว่าเราก็ร้องเพลงแนวนี้ได้นี่ แล้วทำไมเราจะต้องไปตัดสินตัวเองด้วยว่าเรา เป็นอินดี้ เป็นป๊อป แต่จริงๆ แล้วเราเป็นตัวเรา เราอยากทำเพลงแนวไหน เราก็แค่ทำความเข้าใจกับมัน แล้วก็สนุกไปกับมัน”

เสริมเรื่องความรู้สึกขึ้นโชว์ในเวทีคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการครั้งแรกใน LOVEiS Entertainment Presents “คอนสด คอนเสิร์ต” @ Lido Connect ที่พึ่งจัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ว่า “รู้สึกดีใจมากค่ะ รู้สึกแบบอยากออกไปขอบคุณเรียงคนเพราะว่าตอนนั้นที่เรายืนอยู่ข้างบน หนูไม่เคยยืนอะไรแบบนี้ ไม่เคยมาเล่น ทำไมทุกคนมาดูเราเยอะ ทำไมให้ค่าเราอะไรขนาดนั้น ตอนที่ร้องเพลงออกไปทุกคนตั้งใจมองและฟังในสิ่งที่เราจะสื่อสารออกไปมากๆ และพอจบงานก็เข้ามาพูดคุยว่ารู้จักเรามาจากงานแบบนี้นะ รู้สึกดีมาก เป็นพลังบวกมาก รู้สึกว่าการที่เราพยายามในแต่ละวันมันมีคุณค่าเหมือนกัน เหมือนเรายิ่งตั้งใจมากเท่าไหร่ มันไม่ใช่แค่ที่เราจะได้แต่มันเหมือนส่งความสุขให้คนอื่นอีกทอดนึงด้วยค่ะ รู้สึกดีมากเลยค่ะ”

วางเป้าหมายในฐานะศิลปิน “การที่หนูอยากพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ทำทุกวันให้ดีที่สุด สู่จุดที่เรามั่นคงพอที่จะเลี้ยงครอบครัวได้ จุดที่ร้องเพลงแล้วทุกคนตั้งใจมารอดูเราในทุกๆ งาน”