“เติ้ล ธนพล” เปิดใจที่แรก!! เคลียร์ประเด็นหลังโพสต์ชีวิตตกต่ำ ติดเหล้า! หมดตัวแย่งข้าวหมากิน!

พระเอกมากความสามารถเติ้ล ธนพล ที่วันนี้จะมาเปิดใจเป็นครั้งแรก หลังชีวิตพลิกผัน มีคดีขโมยไฟฟ้าหลวงใช้ ไม่จ่ายค่าไฟนาน 3 ปี ตอนนี้คดีความไปถึงไหนกันแล้ว และตอนนี้ชีวิตตกต่ำไม่มีผลงาน ต้องเก็บตัวเงียบ ถึงขนาดพบจิตแพทย์ แถมยังติดเหล้านานนับปี ถึงขั้นถ่ายและกระอักเป็นเลือด พร้อมขอเคลียร์ชัดๆ เป็นดาราตกอับต้องแย่งข้าวหมากิน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ที่มีเป็กกี้ ศรีธัญญา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

Advertisement

เรื่องการขโมยไฟใช้ ตอนนี้คดีความเป็นยังไง?
เติ้ล : ตอนนี้อยู่ในช่วงฎีกา เรื่องราววันนั้นเหมือนมีนพลิกผันไปหมด ถือว่าเราอาจจะเป็นเด็กด้วย ด้วยความที่ว่าเราอาจจะทำโดยไม่รู้เท่าถึงการณ์ หรือว่าอาจจะไม่รู้เรื่องอะไร แต่เราก็ยอมที่จะชดใช้ทั้งหมด

มันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เราไปต่อโดยที่เราไม่รู้ว่านี่หม้อเรา หม้อใคร หรือว่ามันเป็นยังไง?
เติ้ล : คือทุกอย่างมันเป็นปกติหมด เราเสียค่าไฟเดือนนึง ผมจะเรียกว่าช้อปใหญ่ ช้อปเล็ก ช้อปใหญ่เนี่ย สองหมื่นกว่าบาทเกือบสามหมื่น

ทำธุรกิจเกี่ยวกับคาร์แคร์?
เติ้ล : ใช่ครับ แล้วมันจะมีตึกอีกตึกนึง ซึ่งเราเสียค่าไฟเดือนนึง 2-3 พันบาท ทุกอย่างเป็นปกติหมด เราก็ไม่รู้ พออยู่มาวันนึงเราให้คนมายกหม้อไฟ เพราะว่าลูกน้องเราเนี่ยอยู่แล้วดื้อ เราก็เลยบอกว่างั้นก็ตัดน้ำ ตัดไฟเลย พอตัดน้ำ ตัดไฟ แต่เอ้า…ยังมีไฟติดอยู่ ก็เลยทราบว่ามันมีการต่ออะไรแบบนั้นด้วย

ค่าไฟที่เราจ่ายไปแสดงว่ามีหลายส่วนของมิสเตอร์?
เติ้ล : ใช่

เห็นว่าเสียค่าปรับไปหลายอยู่?
เติ้ล : ประมาณแสนกว่าบาท 4 ปีก็ประมาณเดือนละพันกว่าบาท

ตอนนั้นเรื่องราวใหญ่โตมาก ทำไมไม่เคยออกมาพูดเรื่องนี้?
เติ้ล : เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะพูดไปทำไม เราเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว เราไม่มีหุ้นส่วน แล้วเราไม่รู้ว่าเราจะทำยังไง เราก็เลือกที่จะรับผิดชอบเพียงคนเดียวดีกว่า

เวลามีเรื่องมีราว คนคิดดีก็คิดดี คนไม่เข้าใจก็มี คิดว่าคนจะมองเราในแง่ลบไหม?
เติ้ล : เรื่องแบบนี้มันมีอยู่แล้ว มีทั้งคิดดีและคิดไม่ดี แต่เราทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าเราเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว รับผิดชอบเพียงคนเดียว ในใจตอนนั้นคิดแค่นั้น

มันส่งผลกระทบอะไรในชีวิตเราบ้าง?
เติ้ล : งานทุกอย่างถูกแคนเซิ้ลหมด

เห็นว่าละครโดนยกเป็น 10 เรื่อง?
เติ้ล : ใช่ครับ เพราะว่าความผิดอันนี้

ตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง?
เติ้ล : ก็เสียเซลฟ์ไปเลย ทุกอย่างมันพังทลายไปในพริบตา ทุกอย่างเหมือนกับเราฆ่าคนตาย เราค้ายาเสพติด เราทำผิดมหันต์อะไรประมาณนี้

ในเรื่องนี้รู้สึกว่ามันคือตราบาป?
เติ้ล : มากครับ

เห็นบอกว่าถึงขนาดต้องไปพบจิตแพทย์เลย?
เติ้ล : ครับ ไม่กล้าออกไปไหนเลย

อาการเป็นยังไง?
เติ้ล : ระแวงครับ ไม่อยากพบปะผู้คน ไม่อยากเจอหน้าใคร เพราะว่าพอเราออกไป เรารู้สึกว่าคนนั้นก็คิด คนนี้ก็คิด เราก็ผิด พอเรารู้สึกผิดจริงมันก็รู้สึกผิดไปใหญ่ แต่เราก็ไม่กล้าออกจากบ้าน ไม่กล้าแม้แต่เดินออกนอกบ้าน ไม่กล้าแม้แต่จะพบปะกับใคร

จิตไม่แข็งเกร่ง ขนาดจิ้งจกเรายังกลัว?
เติ้ล : ใช่ เกิดมาในสิ่งที่ไม่เคยกลัว กลัวคน กลัวจิ้งจก กลัวไปหมด กลัวเสียงดัง กลัวคนมาพูดใส กลัวในสิ่งที่ไม่น่ากลัว

การที่กลัวภายนอกไม่ออกไปนอกบ้าน ใช้ชีวิตยังไง?
เติ้ล : อยู่แต่บ้านอย่างเดียว มันมีมุมของผมอยู่ คือ หน้าตู้เย็น มันเป็นจุดที่นั่งแล้วสบายใจที่สุด มันเป็นที่แคบๆ เรารู้สึกปลอดภัย แล้วไม่รู้จะทำอะไร หันไป หันมา เลือกที่จะพึ่ง ไม่ยานอนหลับ ที่หมอจิตเวชให้มาก็ดื่มเหล้า

อาการจิตตกเป็นอยู่นานไหม ก่อนที่ตัดสินใจไปพบจิตแพทย์?
เติ้ล : ประมาณปีกว่า นั่งอยู่มุมนั้น

ตอนนั้นทานข้าวอะไรปกติไหม?
เติ้ล : จะมีเด็กทำความสะอาดที่ผมจะเรียกใช้เวลาที่ผมหิว แต่ส่วนใหญ่จะไม่กินนะ น้อยมากครับ สำหรับ 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ก่อนจะเข้าโรงพยาบาล จะทานข้าวน้อยมาก แทบจะนับเป็นจานได้

ไปพบจิตแพทย์แล้วคุณหมอบอกว่าเราเป็นอะไร?
เติ้ล : มันเป็นโรคจิตอ่อนๆ คุณหมอก็ให้ยามาทาน เพื่อให้เราหลับ ให้เราคลายกังวล คลายเครียด มันคลายไปหมดจนลืมไปหมด

กลายเป็นว่าจำอะไรไม่ค่อยได้?
เติ้ล : สมองส่วนกลางถูกทำลาย

เพราะว่ายาที่ได้มาต่อหนึ่งมื้อ 10 เม็ด แล้วทานวันละกี่มื้อ?
เติ้ล : 3 มื้อครับ แทบจะทานยาแทนข้าว

เวลาที่เรากังวลแล้วเราทานไป เราดีขึ้นยังไง?
เติ้ล : ดีขึ้นคือมันคิดอะไรไม่ออก มันจะคิดย้ำไปย้ำมาเหมือนวนลูป พอทานยาเข้าไปมันจะลืม แทบจะลืมไปชั่วขณะ แล้วคุณหมอก็จะจ่ายยานอนหลับมาให้ เราก็จะหลับไปช่วงขณะนึง แล้วก็ตื่นมาใหม่ หันไปหันมาแล้วก็ดื่ม

เป็นแบบนี้ทรมานขนาดไหน?
เติ้ล : เรียกว่าทรมาณไหม อยู่กับมันได้ประมาณเดือนกว่าๆ ผมตัดสินใจว่าไม่ได้แล้ว อย่างวันนี้ผมคุยกับพี่ พรุ่งนี้หรือตอนเย็นผมลืมแล้ว พอกินยาหลับไป พอตื่นขึ้นมาผมลืมแล้วว่าผมพูดอะไรกับพี่บ้าง ผมก็เลยเลิกยา เพราะว่าสมองผมถูกทำลาย

มีคำพูดที่ว่าคุณกลายเป็นดาราตกอับ ถึงขั้นแย่งข้าวหมากิน มันเกิดอะไรขึ้น?
เติ้ล : มันเริ่มจากโควิดรอบแรก ผมเริ่มวางแผนทำมาหากิน คือ จะเพาะพันธุ์หมาขาย ไม่เป็นไร เรายังสนุก ยังมีทุยอยู่ พอโควิดรอบสอง เรากลับมาเริ่มไม่ไหวแล้ว เพื่อนก็เลยถามว่าเป็นไงบ้าง นี่ก็เลยบอกกุจะแย่งข้าวหมาแดกอยู่แล้ว พอรอบ3 มาเป็นไงบ้างวะเพื่อน รอบนี้ไม่แย่งข้าวหมาแดกละ กูจะแดกหมาที่เลี้ยง ก็คุยกันขำๆ ประสาเพื่อน

จริงๆ แล้วยังโอเคอยู่ไหม?
เติ้ล : โอเคครับ แต่ถ้าถามว่าโอเคมากไหม ถ้าบอกว่าโอเคมากก็คงโกหก ทุกอย่างก็คงประสบเจอกันทุกคน ก็ต้องรัดเข็มขัด

คุณเติ้ลรู้สึกยังไงกับคำว่าดาราตกอับ?
เติ้ล : งานเราน้อยลง เราอายุมากขึ้นก็ไม่ค่อยได้คิดอะไร แต่ก็พยายามทำใจว่ายังไงคลื่นลูกใหม่ก็ต้องมา หาอย่างอื่นทำได้ อย่างเข่นเกษตรกรรม เกษตกร หรือสิ่งที่เราชอบ เราก็วางปูไว้ตั้งแต่เราอยู่ในวงการ

มีผู้ใหญ่ท่านนึงมาคุกคามในชีวิต รวมถึงพ่อแม่ด้วย?
เติ้ล : ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน อารมณ์ไหนเหมือนกัน เพราะผมไม่ได้ตามเฟซบุ๊กอะไรเขา พอตื่นเช้ามาก็มีน้องแฟนคลับมาถามพี่ไปทำอะไรเขา แล้วมีเพื่อนๆ ในวงการมาถามว่า มึงไปทำอะไรเขา เขาถึงมาด่าเราถึงขนาดนี้ รวมถึงแม่ด้วย โทรมาตอนตี1 ตี2 มาเล่าอะไรไม่รู้เรื่องเลย บอกว่าไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ไม่ฟัง ทำอะไรก็ไม่ฟัง พอดูเบอร์ก็เข้าใจแล้ว คือเขาให้ผมช่วยเช่าพระ แต่ผมไม่ได้ช่วย ผมบอกว่าช่วงนี้สภาวะความคล่องผมไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นผมยังพอช่วยได้ ผมก็เลยปัดไปว่าให้พี่ ให้เพื่อนผมดูแล้วกัน ถ้าเขาจะเอาเดี๋ยวผมนำเสนอให้ แต่ปมก็ไม่ได้นอบอะไรไปมาก เขาก็ยังโทรๆ มา ส่งข้อความมาด่าๆ เขาด่าแรงมาก มึงไม่โทรกลับกูเอง มึงสร้างภาพ

จนกลายเป็นคดีความใช่ไหม?
เติ้ล : ครับ ผมก็เลยตัดสินใจกับเพื่อนว่า ให้ทนายเป็นคนคุยดีกว่า เราไม่อยากจะทะเลาะเอง

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
คลิปสัมภาษณ์ เติ้ล ธนพล